🦌 ตัวเล็ก คล่องตัว และมีเสียงร้องไม่เหมือนกวางทั่วไป
หากมีโอกาสเดินผ่านพื้นที่สีเขียว แนวป่า หรือบริเวณธรรมชาติภายใน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ลองสังเกตสิ่งรอบตัวให้ดี เพราะบางครั้งเราอาจได้พบกับ “เก้ง” หรือ “อีเก้ง” สัตว์ป่ารูปร่างคล้ายกวางขนาดเล็กที่ใช้พื้นที่ธรรมชาติเป็นแหล่งหลบพักและหากิน
เก้งที่รู้จักกันทั่วไปในประเทศไทยมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Red Muntjac หรือ Barking Deer และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Muntiacus muntjak จัดอยู่ในวงศ์กวาง แต่มีขนาดตัวเล็กและรูปร่างกะทัดรัดกว่ากวางหลายชนิด
🔊 ทำไมถึงเรียกว่า “Barking Deer”?
จุดเด่นที่น่าสนใจมากของเก้งคือ เสียงร้องที่มีลักษณะคล้ายเสียงสุนัขเห่า เป็นเสียงสั้น ๆ และค่อนข้างดัง ใช้ในการสื่อสารหรือส่งสัญญาณเมื่อรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติในบริเวณรอบตัว ด้วยเหตุนี้ เก้งจึงได้รับชื่อภาษาอังกฤษว่า Barking Deer หรือ “กวางเห่า” บางครั้งเราอาจได้ยินเสียงของมันก่อนที่จะเห็นตัวจริง เพราะเก้งสามารถเคลื่อนที่หลบเข้าไปตามแนวพืชและพื้นที่รกได้อย่างรวดเร็ว
🌿 ชอบอยู่ตรงไหน?
เก้งสามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าและบริเวณที่มีพืชพรรณค่อนข้างหนาแน่น โดยใช้แนวพืชเป็นพื้นที่หลบซ่อนและหาอาหาร สภาพพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่มีทั้งพื้นที่สีเขียว แนวป่า และแหล่งธรรมชาติ จึงทำให้ผู้ที่ชอบสังเกตสัตว์มีโอกาสได้พบเห็นเก้งในบางช่วงเวลา ช่วงที่สัตว์ป่าหลายชนิดออกหากิน เช่น ช่วงเช้าหรือช่วงเย็น จึงเป็นเวลาที่ควรใช้ความเงียบและสังเกตสิ่งรอบตัวมากเป็นพิเศษ
🌱 เก้งกินอะไร?
เก้งเป็น สัตว์กินพืช อาหารประกอบด้วยพืชหลายชนิด เช่น ใบไม้ ยอดอ่อน หญ้า และผลไม้ที่พบตามธรรมชาติ พฤติกรรมการเลือกกินอาหารของเก้งช่วยให้เราเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์กับพืช รวมถึงบทบาทของสัตว์กินพืชในระบบนิเวศ เพียงสังเกตว่าเก้งกินอะไรหรือเลือกเดินอยู่บริเวณใด ก็สามารถต่อยอดเป็นคำถามเกี่ยวกับถิ่นอาศัย อาหาร และการปรับตัวของสัตว์ได้
🦌 ตัวผู้กับตัวเมียดูต่างกันอย่างไร?
เก้งเพศผู้โตเต็มวัยมี เขาสั้น และบริเวณส่วนหน้าของศีรษะจะมีโครงสร้างที่ค่อนข้างเด่น นอกจากนี้ยังมีเขี้ยวบนที่ยาวกว่าปกติ ซึ่งเป็นลักษณะน่าสนใจของสัตว์ในกลุ่มเก้ง ส่วนเพศเมียโดย ทั่วไปไม่มีเขาแบบเพศผู้ ลักษณะเหล่านี้ช่วยให้เก้งแตกต่างจากสัตว์ในวงศ์กวางชนิดอื่น และเป็นอีก หนึ่งประเด็นที่สามารถใช้ชวนเด็กและเยาวชนเรียนรู้เรื่องความแตกต่างระหว่างเพศของสัตว์ได้
👀 ส่วนใหญ่มักไม่เดินกันเป็นฝูงใหญ่
ต่างจากกวางบางชนิดที่สามารถพบเห็นรวมกันเป็นฝูง เก้งมักมีพฤติกรรม อยู่เดี่ยวหรือพบเป็นกลุ่มขนาดเล็ก ทำให้การพบเห็นในธรรมชาติอาจเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ เมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติ เก้งสามารถเคลื่อนตัวหลบเข้าไปในแนวพืชได้รวดเร็ว ดังนั้นหากโชคดีได้พบเห็น ควรหยุดอยู่ในระยะที่เหมาะสมและใช้การสังเกตมากกว่าการเดินตาม
📸 เจอเก้งใน มวล. ควรทำอย่างไร?
หากพบเห็นเก้งในพื้นที่มหาวิทยาลัย ควร รักษาระยะห่าง ไม่ไล่ตาม ไม่ส่งเสียงดัง และไม่ให้อาหาร เพื่อให้สัตว์สามารถใช้ชีวิตและแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติได้ สำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายภาพ ควรใช้เลนส์ระยะไกลหรือถ่ายจากจุดที่ไม่รบกวนสัตว์ และหลีกเลี่ยงการปิดเส้นทางที่สัตว์กำลังจะเคลื่อนผ่าน เพราะภาพธรรมชาติที่ดีที่สุด คือภาพที่เราได้เห็นสัตว์ใช้ชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเพราะการรบกวนจากมนุษย์
🌳 มวล. ห้องเรียนธรรมชาติที่มีชีวิตอยู่รอบตัว
การพบเห็น เก้งหรืออีเก้ง ภายในพื้นที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ช่วยให้เราเห็นว่า ความหลากหลายทางชีวภาพไม่ได้อยู่เฉพาะในป่าที่ห่างไกลเท่านั้น แต่สามารถพบได้ในพื้นที่สีเขียวที่อยู่ใกล้กับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา
จากสัตว์เพียงหนึ่งชนิด เราสามารถเรียนรู้ต่อได้ทั้งเรื่อง รูปร่าง พฤติกรรม อาหาร การสื่อสาร การปรับตัว และความสัมพันธ์กับถิ่นอาศัย
ครั้งต่อไปที่เดินผ่านพื้นที่ธรรมชาติของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หากได้ยินเสียงสั้น ๆ คล้ายสุนัขเห่าดังมาจากแนวป่า ลองหยุดฟังและสังเกตอย่างเงียบ ๆ เพราะเจ้าของเสียงนั้นอาจเป็น “เก้ง” หรือ “อีเก้ง” ที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติเดียวกับเรา
❤️ อุทยานพฤกษศาสตร์ แหล่งเรียนรู้และสร้างสุขให้ทุกคน
Walailak Botanic Park, Land of Knowledge and Happiness for All
ติดตามและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
061-027-8000
080-890-1358