“มานิ” คือเรื่องราวที่มีอยู่จริง เรื่องราวของผู้คนที่เติบโตเคียงข้างผืนป่า เรียนรู้จากธรรมชาติ และส่งต่อภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น เสียงจากชุมชนเหล่านี้ได้ถูกถ่ายทอดสู่สังคมอย่างมีความหมาย ผ่านวันแรกของงาน “เทศกาลวิชาการและวัฒนธรรมชาติพันธุ์มานิ Maniq Living Heritage Forum 2026” ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงาน กว่า 400 คน
พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ หรือ SIRIN MUSEUM เปิดพื้นที่การเรียนรู้ภายใต้แนวคิด “เสียงจากป่า สู่สังคม: การเรียนรู้ร่วมเพื่ออนาคตของชาติพันธุ์มานิ” เพื่อชวนสังคมทำความรู้จักชาติพันธุ์มานิในมิติที่ลึกกว่าการรับรู้เพียงภาพจากภายนอก โดยให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของเจ้าของเรื่องราว และทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติผ่านประสบการณ์และวิถีชีวิตจริง
มานิคือผู้คนที่ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลาง สายน้ำ สายลม และผืนป่า ธรรมชาติจึงมิได้เป็นเพียงแหล่งอาหารหรือที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ เป็นครู และเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ความรู้เกี่ยวกับพืช สัตว์ การหาอาหาร การใช้สมุนไพร การอ่านฤดูกาล และการดำรงชีวิต ล้วนเกิดจากการสังเกต การเรียนรู้ และการถ่ายทอดจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่ง
เรื่องราวเหล่านี้ช่วยเปิดมุมมองให้ผู้ร่วมงานได้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับผืนป่าไม่ได้ตั้งอยู่บนการใช้ประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว หากเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องอาศัยการดูแลซึ่งกันและกัน เพราะเมื่อมนุษย์รักษาผืนป่า ป่าก็ยังคงรักษา รากเหง้า วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และความหลากหลายของสรรพชีวิต เอาไว้
บรรยากาศในวันแรกจึงไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายทอดข้อมูลทางวิชาการ แต่เป็นพื้นที่แห่งการ “ฟัง” “เรียนรู้” และ “ทำความเข้าใจ” ผ่านเรื่องราวจากชุมชน นิทรรศการ กิจกรรมวัฒนธรรม และการแลกเปลี่ยนมุมมองที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้มองเห็นชาติพันธุ์มานิในฐานะมนุษย์ที่มีประวัติศาสตร์ ความรู้ ความคิด ความหวัง และศักดิ์ศรีไม่ต่างจากผู้คนในสังคมอื่น
ประเด็นเรื่อง สิทธิมนุษยชนและความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นอีกหนึ่งแกนสำคัญของการเรียนรู้ในงานครั้งนี้ โดยชวนให้ผู้เข้าร่วมตั้งคำถามต่อภาพจำและความเข้าใจเดิม ๆ พร้อมเปิดพื้นที่ให้สังคมมองความแตกต่างด้วยความเคารพ มากกว่าการตัดสินจากกรอบหรือมาตรฐานของตนเอง
ผู้เข้าร่วมกว่า 400 คนในวันแรกจึงไม่ได้เพียง “มาชมงาน” แต่ได้ร่วมรับฟังเรื่องราวของผู้คนที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับผืนป่า และร่วมเปิดพื้นที่ทางสังคมให้เสียงของชุมชนได้รับการรับฟังอย่างมีความหมาย
“มนุษย์ทุกคนล้วนมีคุณค่า และความหลากหลายของมนุษย์ คือความงดงามของโลกใบนี้”
นี่คือหนึ่งในสารสำคัญที่ “เสียงจากป่า” ต้องการเดินทางออกจากพื้นที่ของชุมชน ไปสู่การรับรู้ของสังคม เพื่อสร้างความเข้าใจว่า การรักษาความหลากหลายมิได้หมายถึงเพียงการอนุรักษ์พืช สัตว์ หรือระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการเคารพในความหลากหลายของผู้คน ภาษา วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตที่ดำรงอยู่ร่วมกันบนโลกใบนี้
วันแรกของ Maniq Living Heritage Forum 2026 จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงงานวิชาการ พิพิธภัณฑ์ ชุมชน และสังคมเข้าด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนจากการ “พูดถึงมานิ” ไปสู่การ “ฟังเสียงของมานิ” และร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งความเข้าใจสำหรับอนาคต
จากเสียงที่เคยอยู่ในผืนป่า วันนี้กำลังเดินทางสู่สังคม — เพื่อให้เราได้เรียนรู้ว่า ความแตกต่างไม่ใช่ระยะห่าง แต่คือความงดงามที่ทำให้สังคมของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ภาพข่าว
ติดตามและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
0-7547-6115
0-7547-6107
0-7547-6124
0-7547-6125