ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า การประกาศครั้งนี้เป็น “จุดเริ่มต้นสำคัญ” ที่มหาวิทยาลัยยืนยันความมุ่งมั่นร่วมรับมือวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยเป้าหมายก้าวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนให้ได้ภายในปี 2573 โดยจะขับเคลื่อนทั้งมาตรการลดการปล่อย (Reduction) และการดูดซับ/ชดเชยคาร์บอน (Removal/Offset) อย่างเป็นระบบ
รองศาสตราจารย์ ดร.วาริท เจาะจิตต์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและการพัฒนาอย่างยั่งยืน กล่าวเสริมว่า พิธีประกาศเจตนารมณ์มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ร่วมกันของชุมชนมหาวิทยาลัย ควบคู่การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อขับเคลื่อน “สังคมคาร์บอนต่ำ” ให้เกิดผลจริง เชื่อมโยงกับ Thailand’s National Net Zero Roadmap 2050 นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของกระทรวง อว. และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDG 13)
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ได้เดินหน้ามาตรการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานและการใช้พลังงานหมุนเวียน การจัดการขยะอย่างเป็นระบบ การดูแลพื้นที่สีเขียวกว่า 1,500 ไร่ ตลอดจนการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการจัดการก๊าซเรือนกระจก เพื่อลดภาวะโลกร้อนและยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบ
ภายในงานมีทั้งกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์และวิชาการ ได้แก่ พิธีเปิดป้าย “แหล่งกักเก็บคาร์บอน (Carbon Sink) ของมหาวิทยาลัย” พิธีรดน้ำต้นไม้สื่อความหมายถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การเสวนาทางวิชาการโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และนิทรรศการด้านความยั่งยืน ณ พิพิธภัณฑ์และหอชมฟ้า เพื่อสื่อสารศักยภาพและความพร้อมของมหาวิทยาลัยในฐานะ “มหาวิทยาลัยสีเขียวต้นแบบ” ที่ลงมือปฏิบัติจริงในทุกมิติของการจัดการคาร์บอน
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ย้ำเป้าหมายเดินหน้าแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเร่งขยายความร่วมมือ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนพัฒนากลไกติดตามประเมินผล เพื่อให้บรรลุ “ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2030” และเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญสู่สังคมคาร์บอนต่ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศต่อไป