🪷 “จิกน้ำ” เสน่ห์ยามเช้าที่อุทยานพฤกษศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์
เช้านี้ที่ อ่างเก็บน้ำพฤกษาชล ภายในอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เงาสะท้อนผิวน้ำสงบเงียบ และข้างทางเต็มไปด้วยดอกไม้สีแดงเล็ก ๆ ที่ร่วงหล่นปกคลุมพื้นเป็นพรมสวย — นั่นคือ “ดอกจิกน้ำ” (Barringtonia acutangula) ดอกไม้ริมสายน้ำที่บานเงียบ ๆ ในยามค่ำ และร่วงโรยในรุ่งเช้า
ดอกจิกน้ำ ออกดอกเป็นช่อระย้าห้อยตามปลายกิ่ง ยาว 30–40 เซนติเมตร กลีบดอกสีชมพูอมแดง โดดเด่นด้วยเกสรฝอยจำนวนมาก สีแดงสด ดอกบานเพียงชั่วข้ามคืน ก่อนจะโรยตัวลงมาปกคลุมพื้นดินในยามเช้าให้บรรยากาศร่มรื่นและโรแมนติกอย่างเงียบงาม เป็นอีกมุมพักผ่อนที่เหมาะกับการเยียวยาใจ ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อม
🌿 รู้จัก “จิกน้ำ” มากกว่าความสวย
ชื่อวิทยาศาสตร์: Barringtonia acutangula (L.) Gaertn.
ชื่ออื่น: จิกนา, กระโดนน้ำ, ตอง, ปุยสาย, ลำไพ่
ชื่อสามัญ: Indian oak, Itchy tree
วงศ์: Lecythidaceae
ถิ่นกำเนิด: พบได้ในเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนถึงตอนเหนือของออสเตรเลีย
🌸 ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ลำต้น: ไม้ผลัดใบ สูง 5–15 เมตร ลำต้นมีปุ่มปม เปลือกสีเทาหรือน้ำตาล แตกเป็นร่อง
ใบ: ใบเดี่ยว เรียงสลับบริเวณปลายกิ่ง ขอบใบจักถี่ ใบอ่อนมีสีแดงเข้มเป็นมัน
ดอก: ช่อดอกห้อยระย้า บานกลางคืน ร่วงเช้า มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 2 ซม. กลีบดอกและเกสรมีสีชมพูหรือแดง
ผล: ทรงรี มีสันเหลี่ยมตามยาว 4 สัน ภายในมีเมล็ดเดียว
🥗 ประโยชน์ของจิกน้ำ
กินได้: ยอดอ่อนและดอกใช้เป็นผักสดจิ้มกับน้ำพริกหรือกินกับขนมจีน รสมันปนฝาด
สมุนไพรพื้นบ้าน:
ใบต้มดื่มแก้ท้องร่วง
เปลือกใช้เบื่อปลา
เมล็ดใช้แก้ลม แก้ไอในเด็ก
เนื้อไม้ใช้ทำไม้อัด เฟอร์นิเจอร์
มีบทบาทในวิถีชุมชน: พบตามริมน้ำ ป่าพรุ ป่าชายเลน และเป็นพรรณไม้ที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตท้องถิ่นหลายภูมิภาค
การได้เดินลัดเลาะรอบอ่างเก็บน้ำในอุทยานฯ ท่ามกลางดอกจิกน้ำที่โปรยปรายลงสู่ผืนดิน ไม่เพียงเติมความรื่นรมย์ให้หัวใจ แต่ยังชวนให้เราหยุดมองธรรมชาติด้วยสายตาที่ละเอียดอ่อนกว่าเดิม
📍 จุดชมดอกจิกน้ำ: ริมอ่างพฤกษาชล อุทยานพฤกษศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์
🌐 https://botany.wu.ac.th
🌿 Walailak Botanic Park – แหล่งเรียนรู้และสร้างสุขให้ทุกคน
Land of Knowledge and Happiness for All ❤️