ชมพู่น้ำดอกไม้...ไม้ผลโบราณ
หอมหวานกลางฤดูร้อน ที่อุทยานพฤกษศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์
หากคุณมีโอกาสเดินเล่นท่ามกลางแมกไม้ในอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในช่วงฤดูร้อน (เมษายน 2568) ที่ยังมีสายฝนโปรยปรายเป็นระยะ อย่าลืมแวะไปยัง จุดบริการ Bota Kayak ริมสระน้ำ เพราะที่นั่น…มี “ต้นชมพู่น้ำดอกไม้” ตั้งตระหง่านรอต้อนรับ
ต้นไม้ใบเขียวเข้มที่ผลของมันดูแปลกตา — สีเหลืองปนแดงอ่อน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อกรอบนุ่ม และหวานฉ่ำเมื่อสุกจัด — กำลังออกผลให้เห็นกันอย่างเต็มต้นในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนนี้ ชมพู่น้ำดอกไม้ หรือที่บางท้องถิ่นเรียกกันว่า ฝรั่งน้ำ, มะน้ำหอม, ยามู่ปะนาว่า ถือเป็นไม้ผลพื้นถิ่นเก่าแก่ของไทยที่เริ่มหายากในปัจจุบัน และพบได้เฉพาะในตลาดแหล่งท่องเที่ยว โดยราคาขายอยู่ที่ประมาณ 150 – 200 บาทต่อกิโลกรัม
อุทยานพฤกษศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ ปลูกต้นไม้ชนิดนี้เพื่อ อนุรักษ์พืชพันธุ์พื้นถิ่นที่ใกล้เลือนหาย ให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักและสัมผัส ผ่านการเดินชม เรียนรู้ และอาจชิมรสได้ในบางฤดูกาล
รู้จักชมพู่น้ำดอกไม้ให้มากขึ้น
ชื่อวิทยาศาสตร์: Syzygium jambos (L.) Alston
ชื่อวงศ์: MYRTACEAE
ชื่อสามัญ: Rose Apple
ลักษณะเด่น: ไม้ต้นสูงราว 10 เมตร ใบเดี่ยว ดอกสีขาวหรือเหลืองอ่อนออกเป็นช่อ ปลายกิ่ง ผลสดกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 5-6 ซม. มีเมล็ด 1-2 เมล็ด
ประโยชน์ที่น่าสนใจ
ผล: ปรุงเป็นยาหอม บำรุงหัวใจ แก้ลมปลายไข้
เปลือกต้นและเมล็ด: ใช้แก้เบาหวานและอาการท้องเสีย