อุทยานพฤกษศาสตร์
สนับสนุนพรรณไม้แห้ง (ถั่วหรั่ง)

              อุทยานพฤกษศาสตร์ ได้ให้บริการวิชาการแก่ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดุษฎี ชินนาพันธุ์  สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักวิชาแพทยศาสตร์ ในการจัดทำตัวอย่างพรรณไม้แห้ง (ต้นถั่วหรั่ง) เพื่อใช้ในการอ้างอิงงานวิจัยเรื่อง ฤทธิ์การต้านการอักเสบและความเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งของสารสกัดจากถั่วหรั่ง  ทั้งนั้นอุทยานพฤกษศาสตร์ ได้ให้บริการแก่อาจารย์สำนักวิชาต่างๆ ในการจัดทำตัวอย่างพรรณไม้แห้ง (herbarium) เพื่อการวิจัยและการใช้ประโยชน์ของตัวอย่างพรรณไม้ให้แก่อาจารย์มาอย่างต่อเนื่อง 

ถั่วหรั่ง

              ถั่วหรั่ง (Bambara groundnut) เป็นพืชตระกูลถั่วที่พบปลูกมากในภาคใต้ นิยมใช้เมล็ดถั่วประกอบอาหาร ทำขนมหวาน อาหารว่างหรือขนมขบเคี้ยว บดทำแป้ง และใช้เป็นอาหารสัตว์
• วงศ์ : Papilionaceae
• ชื่อวิทยาศาสตร์ : Voandzeia subteranen (L.) Thou.
• ชื่อสามัญ : Bambara groundnut
• ชื่ออื่น :
– ถั่วหรั่ง หรือ ถั่วเมล็ดเดียว (พัทลุง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช)
– กาแปโจ (ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส) เรียก
– ถั่วไทร หรือ ถั่วโบ (สงขลา)
– ถั่วปันหยี (ภูเก็ต พังงา และกระบี่)

ถิ่นกำเนิด และการแพร่กระจาย
ถั่วหรั่ง มีถิ่นกำเนิดในแถบประเทศ เขตร้อนชื้นของแอฟริกา ที่คาดว่าน่าจะอยู่บริเวณตอนเหนือของประเทศไนจีเรีย และคาเมรูน จากนั้น แพร่กระจายไปยังแอฟริกาใต้ อเมริกา เอเชีย และออสเตรเลีย เอเชีย ส่วนประเทศไทยแพร่เข้าทางประเทศฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเข้ามาที่มาเลเซีย และเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคใต้ และปัจจุบันกลายเป็นถั่วเศรษฐกิจสำคัญชนิดหนึ่งในทางภาคใต้ มีพื้นที่ปลูกมากในแถบจังหวัดสงขลา พัทลุง ปัตตานี เป็นต้น

ชื่อสามัญ Bambara groundnut เป็นชื่อที่ตั้งมาจากชนเผ่า Bambara ที่พบอาศัยในประเทศมาลี แต่ไม่พบรายงานถั่วชนิดนี้ที่เป็นพันธุ์ป่าดั้งเดิมในประเทศมาลี ต่อมา Dalziel พบการกระจายของถั่วหรั่งพันธุ์ป่าดั้งเดิมบริเวณจังหวัด North Yola ของประเทศไนจีเรีย และเช่นเดียวกับ Ledermann พบการกระจายของถั่วหรั่งพันธุ์ป่าดั้งเดิมบริเวณตอนเหนือของประเทศคาเมรูน และการพบทั้ง 2 แห่ง ถูกยืนยันโดย Hepper ในปี 1957 ดังนั้น สรุปได้ว่า แหล่งกำเนิดของถั่วหรั่ง น่าจะอยู่บริเวณ Jos Plateau ในประเทศไนจีเรีย กับ Garoua ของทางตอนเหนือประเทศคาเมรูน

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ราก และลำต้น
ถั่วหรั่ง เป็นพืชล้มลุกอายุฤดูเดียว มีลำต้น 2 แบบ ใน 2 ระยะ คือ ระยะแรกที่เป็นต้นอ่อนจะมีลำต้นแบบตั้งตรง และระยะต่อมาลำต้นเติบโต และยาวขึ้นจนโน้มลงเป็นแบบเถาเลื้อย ลำต้นมีลักษณะกลม และแบ่งเป็นข้อๆ ส่วนระบบรากถั่วหรั่งประกอบด้วยรากแก้ว และรากแขนงที่แตกออกมาจากรากแก้ว สำหรับพันธุ์ที่มีลำต้นเลื้อยจะมีรากอากาศที่แตกออกบริเวณข้อ

ใบ
ใบถั่วหรั่งเป็นใบประกอบออกบริเวณข้อของลำต้น ก้านใบหลักมีสีเหลือง ยาวประมาณ 12 เซนติเมตร ใบย่อยมี 3 ใบ แต่ละใบย่อยมีก้านใบยาวประมาณ 2 มิลลิเมตร โคนก้านใบมีหูใบ ใบย่อยแต่ละใบมีรูปหอกหรือรูปไข่ กว้างประมาณ 0.8 – 3.0 เซนติเมตร ยาวประมาณ 2.5 – 7.5 เซนติเมตร ใบตรงกลางมีขนาดใหญ่สุด แผ่นใบเรียบ มีหลายสีตามสายพันธุ์ อาทิ ชมพู ม่วง และ ฟ้าอมเขียว

ดอก
ถั่วหรั่ง ออกดอกเป็นช่อบริเวณซอกใบ เป็นดอกสมบูรณ์เพศ อาจเกิดเป็นดอกเดี่ยวหรือเกิดเป็นช่อ 2-3 ดอก/ช่อ มีก้านดอกยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร ตัวดอกมีสีเหลือง กว้างประมาณ 0.4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 0.6 เซนติเมตร แต่ละดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ ขนาดไม่เท่ากัน แบ่งเป็นกลีบนอกสุด 1 กลีบ กลีบตรงกลาง 2 กลีบ และกลีบด้านในสุดอีก 2 กลีบ ด้านในสุดมีเกสรตัวผู้ 10 อัน และตรงกลางเป็นเกสรตัวเมียที่มีรังไข่ด้านล่างสุด หลังผสมเกสรแล้ว ช่อดอกจะโค้งลงดิน

ฝัก
ถั่วหรั่ง มีลักษณะกลมรี กว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1.2 เซนติเมตร เปลือกฝักแยกออกเป็น 3 ชั้น ชั้นนอกและชั้นกลางเชื่อมติดกัน ส่วนชั้นในแยกออกต่างหาก ด้านในเป็นเมล็ด 1-2 เมล็ด แต่ส่วนใหญ่พบเพียง 1 เมล็ด ขนาดเมล็ดกว้างประมาณ 0.8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เมล็ดมีหลายสีขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ อาทิ สีน้ำตาล สีครีม สีม่วง สีแดง หรือมีลายสีแดง

ประโยชน์ถั่วหรั่ง
1. เมล็ดถั่วหรั่งนำมาต้มหรือเผาไฟรับประทาน หรือใช้ทำอาหารคาว และขนมหวาน และแปรรูปเป็นอาหารกระป๋อง มีรสชาติคล้ายถั่วลิสง
2. เมล็ดอ่อนถั่วหรั่งมีรสหวานกรอบใช้ทำอาหารได้หลายชนิด
2. เมล็ดถั่วหรั่งใช้บดแป้งดิบหรือนึ่งสุกบดเป็นแป้ง ใช้สำหรับทำขนมหวานต่างๆ
3. เมล็ดถั่วหรั่งแปรรูปซอสถั่วหรั่ง และถั่วเน่า เป็นต้น
4. เมล็ดถั่วหรั่งใช้เป็นอาหารสัตว์
5. ต้นถั่วหรั่งปลูกแซมกับพืชอื่นสำหรับเป็นพืชคลุมดิน และช่วยบำรุงดิน

Facebook Comments Box