🐦 “นกฮัง” เสียงแห่งผืนป่า เรื่องราวที่ผูกพันกับ มวล.
หากได้ยินคำว่า “นกฮัง” หลายคนในภาคใต้อาจคุ้นเคยกับชื่อนี้เป็นอย่างดี นกฮังมีชื่อเรียกอีกหลายชื่อ เช่น นกกก นกกาฮัง และนกกะวะ มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Great Hornbill และชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Buceros bicornis จัดอยู่ในวงศ์นกเงือก (Bucerotidae) และเป็นนกเงือกขนาดใหญ่มากชนิดหนึ่ง โดยข้อมูลของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ระบุความยาวลำตัวประมาณ 130–150 เซนติเมตร
รูปลักษณ์ของนกฮังโดดเด่นด้วย จะงอยปากขนาดใหญ่และโหนกเหนือปาก ลำตัวส่วนใหญ่มีสีดำ ตัดกับส่วนคอและหางสีอ่อน โดยตัวผู้และตัวเมียสามารถแยกได้จากลักษณะบางประการ เช่น ตัวผู้มีม่านตาสีแดงและมีสีดำบริเวณโหนก ส่วนตัวเมียมีม่านตาสีขาวและไม่มีสีดำบริเวณโหนกแบบตัวผู้
🌳 ทำไม “นกฮัง” จึงผูกพันกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์?
เรื่องราวของนกฮังมีความเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อย่างน่าสนใจ โดยข้อมูลจาก หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ระบุว่า ในอดีตนกฮังสามารถพบเห็นได้ในเขตมหาวิทยาลัย ซึ่งมีพื้นที่ป่าและต้นไม้ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะไม้ยืนต้นอย่างยางนา ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่มีความสำคัญต่อนกเงือกขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม เพื่อความถูกต้อง การกล่าวถึงนกฮังในพื้นที่ มวล. ควรเข้าใจว่าเป็น ชนิดที่มีบันทึกการพบในพื้นที่มหาวิทยาลัยในอดีต ขณะที่แหล่งข้อมูลของมหาวิทยาลัยระบุว่ายังพบได้ในบริเวณ เทือกเขาหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ธรรมชาติสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช
🔊 ได้ยินเสียงก่อนเห็นตัว?
อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของนกฮังคือ เสียงร้องที่ดังและก้อง เช่น “กก กก” หรือ “กาฮัง กาฮัง” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่มาของชื่อเรียกในท้องถิ่น นอกจากนี้ เมื่อบิน ปีกขนาดใหญ่ยังสร้างเสียงกระพือที่ได้ยินชัดเจน ทำให้การปรากฏตัวของนกฮังในผืนป่าเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำสำหรับผู้ที่ได้พบเห็น
🍈 นักกินผลไม้ที่มีบทบาทต่อผืนป่า
อาหารของนกฮังประกอบด้วยผลไม้หลายชนิด โดยเฉพาะพืชในกลุ่ม โพ ไทร และมะเดื่อ รวมถึงผล ของพืชป่าชนิดอื่น และสามารถกินสัตว์ขนาดเล็ก แมลง สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกได้ด้วย การกินผลไม้ทำให้นกเงือกมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับผืนป่า เพราะการเคลื่อนที่ ระหว่างต้นไม้และการกิน ผลไม้เกี่ยวข้องกับการกระจายเมล็ดพันธุ์ จึงทำให้นกเงือกเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศ
💕 เรื่องราวครอบครัวของ “นกฮัง”
พฤติกรรมการทำรังของนกฮังเป็นเรื่องที่โดดเด่นมาก เมื่อต้องวางไข่ ตัวเมียจะเข้าไปอยู่ภายในโพรงไม้สูงและปิดช่องทางเข้าเกือบทั้งหมด เหลือเพียงช่องเล็ก ๆ สำหรับรับอาหารจากตัวผู้ ในช่วงที่ตัวเมียกกไข่และดูแลลูก ตัวผู้จะทำหน้าที่ออกหาอาหารกลับมาป้อนให้ครอบครัว
พฤติกรรมของนกฮังที่อาศัยร่วมกันเป็นครอบครัวและช่วยกันดูแลลูก จึงเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เลือกนกชนิดนี้เป็น สัตว์นำโชคหรือ Mascot ในการแข่งขันกีฬาระดับประเทศที่มหาวิทยาลัยเคยเป็นเจ้าภาพ โดยใช้เป็นสัญลักษณ์ของ ความรัก ความผูกพัน และความสามัคคี
💜 จากนกแห่งผืนป่า สู่สัญลักษณ์ของชาววลัยลักษณ์
นกฮังจึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะในฐานะนกเงือกขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวและความทรงจำของ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โดยถูกนำมาใช้เป็นมาสคอตในการแข่งขันกีฬาที่มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพหลายครั้ง สะท้อนแนวคิดเรื่องการอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว ความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้คน
เรื่องราวของนกฮังยังช่วยเตือนให้เราเห็นความสำคัญของ ต้นไม้ใหญ่ พื้นที่ป่า และความต่อเนื่องของถิ่นอาศัย เพราะสำหรับนกเงือก โพรงของต้นไม้ขนาดใหญ่ไม่ได้เป็นเพียงที่พัก แต่เป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการสืบพันธุ์และเลี้ยงลูก
🌿 ครั้งต่อไปเมื่อเดินผ่านพื้นที่สีเขียวของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ลองเงยหน้ามองต้นไม้ใหญ่และคิดถึงเรื่องราวของ “นกฮัง” นกแห่งผืนป่าที่ครั้งหนึ่งเคยปรากฏตัวในพื้นที่แห่งนี้ และยังคงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยง ธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เข้าด้วยกัน
❤️ อุทยานพฤกษศาสตร์ แหล่งเรียนรู้และสร้างสุขให้ทุกคน
Walailak Botanic Park, Land of Knowledge and Happiness for All
ติดตามและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
061-027-8000
080-890-1358