อุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์  ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตอนุรักษ์ของมหาวิทยาลัยลักษณ์ มีพื้นที่ประมาณ 1,350 ไร่ รองรับการบริการวิชาการ และเป็นแหล่งเรียนรู้ตามอัธยาศัย ให้แก่นักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไปเข้ามาใช้บริการ รวมไปถึงการดำเนินการเป็นแหล่งท่องเที่ยวให้กับจังหวัดนครศรีธรรมราช  ซึ่งในปัจจุบันพื้นที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับอุทยานพฤกษศาสตร์   โดยมีพื้นที่หลักๆ  ประกอบด้วย

        1. พื้นที่ป่าดั้งเดิม   ซึ่งสามารถพบไม้พื้นเมือง เช่น มะเมื่อย พุดน้ำ ชุมแสง ฯลฯ  นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ได้ปรับปรุงพัฒนาให้มีหอคอยที่ระดับความสูง 25 เมตร เพื่อชมเรือนยอดไม้ รวมไปถึงการจัดทำเส้นทางเดินเชื่อมระหว่างหอคอยชมเรือนยอดไม้ จำนวน 2 หอคอย พื้นที่ด้านล่างของสะพานเรือนยอดยังเป็นแหล่งเรียนรู้สัตว์ขนาดเล็กที่อุทยานพฤกษศาสตร์ได้นำมาจัดแสดงในพื้นที่ธรรมชาติ

        2. พื้นที่สำนักงาน เรือนพักรับรอง ที่ได้รับมาตรฐาน SHA เป็นส่วนใจกลางของอุทยานพฤกษศาสตร์  โดยตัวอาคารหันหน้าเข้าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่  บรรยากาศร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ  โดยสามารถให้บริการห้องพักทั้งระบบเครื่องปรับอากาศและพัดลมพักได้ถึง 150 คน มีห้องประชุมขนาดเล็กรองรับบริการอบรม ค่าย สัมมนา และมีลานกางเต็นท์ แคมป์ไฟ ให้บริการได้อีกทางหนึ่ง  ผู้เข้าพักกางเต็นท์สามารถชื่นชมธรรมชาติอ่างเก็บน้ำได้ในช่วงของการเข้ารับบริการ

       3. สวนสมุนไพร ในพื้นที่ 10 ไร่ เป็นบริเวณที่ได้รับการพัฒนาให้มีการรวบรวมพืชสมุนไพร  ตามหลักสาธารณสุขพื้นฐานและตามการใช้ประโยชน์ของการเรียนการสอนให้กับสำนักวิชาเภสัชศาสตร์  และสำนักวิชาแพทยศาสตร์  และแพทย์แผนไทย ทั้งนี้การดำเนินงานอยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานพฤกษศาสตร์ในการจัดหาพืชสมุนไพรมาปลูกรวบรวมไว้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบขณะนี้มีสมุนไพรมากกว่า 200 ชนิด และได้จัดทำป้ายสื่อความหมายให้แก่ผู้เข้าเยี่ยมชมได้รับทราบถึงประโยชน์ของพืชสมุนไพรแต่ละชนิด นับได้ว่าเป็นสวนสมุนไพรที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงามเหมาะแก่การวิ่ง และเดินออกกำลังกายในสวนอีกด้วย 

      4. พื้นที่ก่อสร้างอาคาร “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา” ที่ได้ร่วมสนองโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) และมีแหล่งเรียนรู้รายรอบ ในพื้นที่ดังกล่าวมีการจัดแสดงรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ ตั้งแต่ยอดเขาหลวง จนถึงใต้ท้องทะเล มีพื้นที่จัดแสดงทั้งสิ้น 17,000 ตารางเมตร (รวมน้ำตกและทะเลเทียม) แบ่งนิทรรศการภายในออกเป็นส่วนต่างๆ ที่สอดรับเชื่อมโยงกันผ่านศูนย์กลางห้องนิทรรศการเกริกไกรเจ้าฟ้านักอนุรักษ์ ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวการอนุรักษ์ทรัพยากรของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ไปสู่ห้องแห่งการเรียนรู้อีกจำนวน 6 ห้อง   โดยพื้นที่นอกตัวอาคาร  มีการจัดแสดงโรงเรือนไม้ทนแล้ง ไม้ทะเลทรายที่มีลักษณะอาคารรูปโดม มีพื้นเส้นผ่าศูนย์ถึง 20 เมตร ที่จัดแสดงลักษณะพืชพันธุ์ในเขตร้อน ไม้ทนแล้ง  ซึ่งจัดแสดงลักษณะการเปลี่ยนแปลงของพืชที่ปรับตัวให้สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในสภาพแห้งแล้ง รวบรวมสายพันธุ์ไม้แปลกให้เข้าเยี่ยมชม   และยังมีส่วนของพิพิธภัณฑ์สนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์ของมานิ  ซึ่งเป็นการจำลองชีวิต ความเป็นอยู่ของคนร่วมกับป่าเพื่อส่งต่อการรับรู้ให้สู่คนภายนอกได้รับอย่างเหมาะสม

      5. พื้นที่อาคารการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และภูมิปัญญา” โดยตัวอาคารการเรียนรู้ เป็นแหล่งให้บริการวิชาการแก่นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปอย่างต่อเนื่อง  โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการและสามารถเลือกทำกิจกรรมตามโปรแกรมที่วางไว้ได้  รวมไปถึงสามารถเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการของห้องภูมิปัญญาที่เกี่ยวข้องกับป่าจากลุ่มน้ำปากพนัง ห้องจัดแสดงสัตว์สต๊าฟ เช่น สัตว์เลื้อยคลาน กระรอก หนูผี นกชนิดต่าง เต่าตนุ  ผีเสื้อ รวมไปถึงจัดแสดงโครงกระดูกวาฬขนาดใหญ่  การจัดห้องร่างกายมนุษย์ที่แสดงอวัยวะของร่างกายมนุษย์ที่นำมาเป็นสื่อการเรียนรู้ที่สามารถมองเห็นได้จริง และห้องดาราศาสตร์เพื่อศึกษาดวงดาว  เหมาะแก่การเรียนรู้ของคนทุกเพศ ทุกวัย  และพื้นที่ใกล้เคียงอาคารการเรียนรู้และภูมิปัญญา ยังเป็นแหล่งรวบรวมสายพันธุ์กล้วยมากกว่า 100 สายพันธุ์ ซึ่งกล้วยที่ปลูกรวบรวมไว้จะประกอบไปด้วย  กล้วยประดับ เช่น กล้วยบัวส้ม กล้วยดารารัศมี ที่มีปลีสีสันสวยงาม กล้วยกินสด ส่วยกล้วยที่สามารถนำมากินสุกได้เลย เช่น กล้วยน้ำว้า สาวกระทืบหอ ไข่ หอมทอง ฯลฯ   ภายในสวนมีป้ายสื่อความหมายบอกชนิดของกล้วยแต่ละชนิดกำกับไว้ เพื่อให้สามารถเป็นสื่อของการเรียนรู้สามารถสแกน QR Code ศึกษารายละเอียดเชิงลึก  และยังมีการจำหน่ายหน่อกล้วยชนิดต่างๆ   ซึ่งสามารถนำไปปลูกสะสม ขยายพันธุ์ สู่ชุมชน

      6. บริเวณทางเข้าอุทยานพฤกษศาสตร์  เป็นจุด check in  ที่ได้รับการพัฒนาให้มีสถาปัตยกรรมที่นำสมัยที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอ่างเก็บน้ำ  อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา  และแนวเขาหลวงที่ทอดยาวไปกับจุด check in ของป้ายอุทยานพฤกษศาสตร์ ทุกวันพฤหัสบดีจัดให้มีตลาด Bota Market  ภายใต้แนวคิดตลาดสีเขียวเพื่อชุมชน   ภายใต้เนินดินยังมีห้องเพื่อจัดเป็น ร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึก  ห้องสปาและนวดและร้านกาแฟที่ได้รวบรวมกาแฟพันธุ์พื้นเมืองมาจัดจำหน่ายให้ผู้เข้ามาเยี่ยมชมอีกด้วย    นอกจากนั้นบริเวณที่ยังเป็นจุดจอดรถ จุดขายตั๋ว โดยจะมีไฟฟ้าคอยให้บริการเข้าเยี่ยมชมภายในบริเวณต่างๆ ของอุทยานพฤกษศาสตร์อีกด้วย

          อุทยานพฤกษศาสตร์ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีงบประมาณ 2565  จะดำเนินการจัดทำโรงเรือนกล้วยไม้ขนาดใหญ่ และโรงเรือนอื่นๆ   อีกจำนวน 8 โรงเรือน ที่นำมาจัดแสดงเลียนแบบธรรมชาติ ให้ผู้เข้ามาเยี่ยมชม และมีแปลงรวบรวมพันธุ์ไผ่ ภายใต้แนวคิด Bamboo Village  เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ และพักผ่อนหย่อนใจแก่ผู้มาเยือน

          ทั้งนี้อุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีความมุ่งมั่นพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดในภาคใต้