ประวัติความเป็นมา

การจัดตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ปี พ.ศ. 2535ได้กำหนดให้มีการพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 9,000 ไร่ เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ภายใต้ชื่อ อุทยานการศึกษา เพื่อเทอดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในวโรกาสเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี “กาญจนาภิเษก” และเพื่อสนองแนวพระราชดำริด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษาวัฒนธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

แนวคิดหลักของการจัดทำโครงการอุทยานการศึกษา คือ การใช้พื้นที่ทั้งหมดของมหาวิทยาลัยให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทั้งในระบบ นอกระบบ ตามอัธยาศัยและตลอดชีวิต เน้นการสร้างความหลากหลาย ดุลยภาพและความตระหนักในคุณค่าของสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ  สิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น จริยธรรม วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน การสร้างอุทยานการศึกษาใช้วิธีบูรณาการองค์ความรู้และทรัพยากรจากหน่วยงานต่างๆของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบและมีการจัดการศึกษาแบบสหวิทยาการ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมุ่งใช้อุทยานการศึกษาเพื่อเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมบริการวิชาการและการทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรมในรูปแบบต่างๆ เช่น การประชุมสัมมนา การฝึกอบรม การเข้าค่ายโอลิมปิกวิชาการ การจัดนิทรรศการและการแสดง รวมทั้งเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่สร้างสุนทรียภาพและจิตสำนึกในคุณค่าความเป็นมนุษย์ ความเป็นท้องถิ่น ความเป็นชาติและความเป็นสากล โครงการนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีโดยมีมติอนุมัติโครงการ เมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2539 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  พระราชทานชื่อ อุทยานการศึกษา  “ เฉลิมพระเกียรติ ”  เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2539

 

คณะดำเนินงานโครงการอุทยานการศึกษา “เฉลิมพระเกียรติ” มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ชุดแรกซึ่งมี  นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช รองอธิการบดีฝ่ายปฏิบัติการ เป็นหัวหน้า มีคณาจารย์ และพนักงานสายปฏิบัติการรุ่นบุกเบิก จำนวน 34 คน ได้ร่วมประชุมพิจารณาผังบริเวณอุทยานการศึกษาให้มีความเหมาะสมตามกิจกรรมและสอดคล้องกับผังการใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัย โดยได้แบ่งกิจกรรมทั้งหมดออกเป็น 11 กิจกรรม ใช้ชื่อว่า “อุทยาน” เป็นหลัก พร้อมทั้งได้กำหนดแนวทางและรูปแบบการดำเนินงานของอุทยานต่างๆ ไว้เบื้องต้นดังนี้

 

  1. อุทยานเทอดพระเกียรติ  เป็นหอสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ภายในประกอบด้วยห้องจัดแสดงนิทรรศการ  7  ส่วน   คือ    ส่วนเทอดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล

อดุลยเดชมหาราช ส่วนหอจดหมายเหตุ ส่วนร่างกายและจิตใจมนุษย์ ส่วนภูมิภาคศึกษา ส่วนธรรมชาติศึกษา  ส่วนสิ่งแวดล้อมศึกษา และส่วนจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน

 

  1. วนอุทยาน  เป็นพื้นที่สำหรับการฟื้นฟูป่าธรรมชาติในเขตมหาวิทยาลัยให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมให้มากที่สุด ประกอบด้วยเขตพื้นที่ฟื้นฟูป่า เขตอนุรักษ์พิเศษสำหรับฟื้นฟูพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ตามธรรมชาติและสวนสัตว์ป่าเปิด

 

  1. อุทยานพฤกษศาสตร์  เป็นแหล่งปลูกสร้างสวนพฤกษศาสตร์ เพื่อจัดหา รวบรวม ปลูกบำรุงรักษาและจัดแสดงพันธุ์ไม้วงศ์ต่างๆของประเทศไทยและภูมิภาคใกล้เคียง ให้เป็นแหล่งศึกษาวิจัยด้านพันธุ์พืชและอนุรักษ์พันธุ์ไม้พื้นถิ่นตามสภาพนิเวศแบบต่างๆของพื้นที่เดิม ตลอดจนพัฒนาสภาพแวดล้อมในพื้นที่ให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ตามธรรมชาติ แหล่งเรือนพักรับรองนักเรียนค่ายโอลิมปิกวิชาการ และแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ

 

  1.   อุทยานโบราณคดี   เป็นแหล่งให้ความรู้ด้านโบราณคดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งโบราณคดีตุมปัง ให้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแหล่งโบราณคดีทั้งหมดภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย ประสานความร่วมมือกับหน่วยศิลปากรที่ 8 นครศรีธรรมราช เพื่อวางแผนการบูรณะปฏิสังขรณ์ให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมของชุมชนโบราณที่เคยอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่นี้ต่อไป

 

  1.   อุทยานไทยทักษิณ  เป็นแหล่งจัดแสดงวิถีชีวิตของชุมชนภาคใต้จากที่ต่างๆ ในด้านอาชีพ ศิลปะหัตถกรรม การละเล่นและกีฬาพื้นบ้าน  รูปแบบของบ้านแบบต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนใต้ด้านสถาปัตยกรรม เช่น บ้านไทยแบบจีน  บ้านไทยมุสลิม และบ้านไทยพุทธ เป็นต้น

 

  1. อุทยานธรรมนิทัศน์  เป็นแหล่งศึกษาพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม แสวงหาความรู้และความสัมพันธ์ทางศาสนา โดยจัดสร้างหอธรรมนิทัศน์ไว้เป็นที่ศึกษาธรรมะ หลักปรัชญาในศาสนาต่างๆ จัดให้มีการบรรยายธรรม ปาฐกถาธรรม การฝึกอบรม การอภิปราย การประชุมและทำกิจกรรมต่างๆ ทางศาสนา ภายใต้ร่มเงาของไม้อันเป็นพันธุ์พืชที่เกี่ยวข้องกับศาสนาทุกศาสนา

 

  1. อุทยานสัมมนาและสาธิต ประกอบด้วยสัมมนาคาร สำหรับจัดประชุมสัมมนาและฝึกอบรมทางวิชาการ มีห้องประชุม ห้องจัดเลี้ยง ห้องพักและห้องโถงอเนกประสงค์สำหรับแสดงนิทรรศการ การแสดง การอภิปรายและการประชุมกลุ่ม

 

  1. อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นแหล่งที่ให้การศึกษาวิชาการและวิชาชีพชั้นสูงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในอนาคต โดยเน้นบทบาทด้านการพัฒนาและการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนและภาคอุตสาหกรรม สร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับธุรกิจอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น จัดให้มีโรงบ่มเพาะ โรงงานต้นแบบ ระบบสื่อสารโทรคมนาคมที่ทันสมัย บริการสารสนเทศด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การให้คำปรึกษาและเป็นศูนย์กลางแสดงผลงานและผลิตภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งเครื่องมือและอุปกรณ์วิทยาศาสตร์

 

  1. อุทยานสิ่งแวดล้อม  กำหนดให้พื้นที่ทั้งมหาวิทยาลัยเป็นเขตรักษาสิ่งแวดล้อม มีการจัดการเรื่องปัญหามลภาวะที่สามารถสาธิตและเผยแพร่แก่ชุมชนได้  โดยเน้นการประหยัดใช้ การแยกแยะ การใช้ซ้ำและการแปรรูปใช้ใหม่ กระบวนการจัดเก็บและกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล กระบวนการบำบัดน้ำเสีย  กระบวนการจัดการกับขยะมีพิษและเชื้อโรคจากห้องปฏิบัติการ

 

  1. เขตการศึกษา  เป็นเขตการบริหาร  บริการทางวิชาการ การวิจัย และการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย ซึ่งบูรณาการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานการศึกษา ประกอบด้วย กลุ่มอาคารบริหาร  ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา  ศูนย์คอมพิวเตอร์  สถาบันวิจัยและบริการวิชาการ  กลุ่มอาคารเรียนรวมและศูนย์บริการการศึกษา   กลุ่มอาคารสำนักวิชาต่างๆ และกลุ่มอาคารศูนย์เครื่องมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   พื้นที่ภายในเขตการศึกษาจะตกแต่งด้วยพรรณไม้รุกขชาติและพฤกษชาติ  ทั้งไม้ยืนต้น ไม้ดอก ไม้ประดับ และไม้ผลเศรษฐกิจภาคใต้

 

  1. ฟาร์มมหาวิทยาลัย เป็นแหล่งปฏิบัติการด้านการเรียนการสอนและการวิจัยในสาขาวิชาต่างๆ เช่น เทคโนโลยีการผลิตพืช เทคโนโลยีการผลิตสัตว์ เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีการอาหาร เป็นแหล่งบริการทางวิชาการแก่สังคมในรูปการสาธิต การจัดทำโรงงานต้นแบบ โดยดำเนินการเชิงธุรกิจครบวงจรเชื่อมโยงกับภาครัฐและเอกชน ใช้พื้นที่ดำเนินการประมาณ 2,000 ไร่

การดำเนินงานโครงการอุทยานการศึกษา “เฉลิมพระเกียรติ”  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดความสำเร็จเด่นชัดในส่วนของเขตการศึกษา ฟาร์มมหาวิทยาลัย อุทยานโบราณคดี อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ส่วนกิจกรรมของอุทยานอื่นๆ ยังไม่มีเด่นชัด  ทั้งนี้เพราะขาดการแต่งตั้งคณะทำงานอย่างเป็นทางการที่จะสานงานต่อจากคณะดำเนินงานชุดแรก  ประกอบกับมหาวิทยาลัยมีงบประมาณจำกัดไม่สามารถดำเนินงานโครงการอุทยานทั้งหมดไปพร้อมๆ กันได้ ทำให้กิจกรรมหลายอุทยานดูเหมือนจะถูกลืมจนไม่เหลือแนวคิดเดิมให้จดจำและเก็บมาคิดทำต่อ

 

สำหรับอุทยานพฤกษศาสตร์และวนอุทยานถูกกำหนดพื้นที่แน่นอนมาตั้งแต่ต้นคือ ให้ใช้พื้นที่ประมาณ  1,100 ไร่ บริเวณทิศตะวันตกถัดจากเขตขยายตัวของเขตการศึกษา ไปจนถึงถนนสภาตำบลไทยบุรีและชุมชนสาธิตมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ทิศเหนือติดต่อกับอุทยานโบราณคดีตุมปัง ทิศใต้ติดต่อกับแนวเขตของมหาวิทยาลัยตามแนวคลองเกียบ (ตามแผนผัง) ถึงแม้ระยะเวลาที่ผ่านมาจะไม่มีการแต่งตั้งคณะทำงานอย่างเป็นทางการแต่ก็มีกลุ่มพนักงานส่วนอาคารสถานที่ที่รับผิดชอบงานภูมิทัศน์และกลุ่มคณาจารย์ที่ปรึกษาด้านภูมิทัศน์ได้ร่วมมือกันจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อเตรียมรับแผนการจัดตั้งอุทยานพฤกษศาสตร์ เช่น โครงการศึกษาสังคมพืชในเขตพื้นที่ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับชนิดของพันธุ์พืชพื้นถิ่นและลักษณะนิเวศของพืช โครงการสร้างสถานเพาะชำและขยายพันธุ์ไม้ เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชและขยายพันธุ์พืช โครงการเก็บรวบรวมพันธุ์ปาล์มภาคใต้ เพื่อรองรับการสร้างสวนตัวอย่างพันธุ์ปาล์ม บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำที่ 2 ทางเข้ามหาวิทยาลัย โครงการออกแบบสวนแสดงตัวอย่างพันธุ์ไม้วงศ์ปาล์ม  โครงการรวบรวมพันธุ์ไม้ผลพื้นถิ่นภาคใต้ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์  โครงการจัดทำป้ายชื่อของพันธุ์ไม้ในเขตการศึกษาและโครงการศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

 

จากการเตรียมงานเพื่อรองรับการจัดตั้งอุทยานพฤกษศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง ถึงเวลานี้ถือว่า คณะทำงานโครงการอุทยานพฤกษศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีความพร้อมระดับหนึ่งที่สามารถสานต่อแนวคิดเดิมและพัฒนาพื้นที่ของอุทยานนี้ให้เกิดเป็นแหล่งเรียนรู้ตามธรรมชาติ แหล่งทำกิจกรรมทางวิชาการ  แหล่งเรือนพักรับรองนักเรียนค่ายโอลิมปิกวิชาการของศูนย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของชุมชนให้เป็นจริงขึ้นได้